ภาวะกดดันและความเครียดต่างๆ รวมถึงการรับประทานอาหารบางประเภทย่อมเป็นปัจจัยสะสมที่ส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการท้องผูก
ส่วนใหญ่มักละเลยเพราะคิดว่าเป็นปัญหาไม่รุนแรง แต่จริงแล้วอาการท้องผูกเป็นสัญญาณอันตรายที่อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ตามมาอีกมาก อาทิ การเกิดสิว นอนไม่หลับ สารพิษสะสม ร้ายที่สุดคือมะเร็งลำไส้ใหญ่
นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ แนะนำ 5 บัญญัติขจัดท้องผูก ได้แก่
1. หากท้องผูกให้ใช้สารธรรมชาติที่มีฤทธิ์ช่วยระบายเพื่อล้างพิษสะสม
2. รับประทานอาหารธรรมชาติช่วยระบายร่วม
3. หาสาเหตุของท้องผูกแล้วแก้ให้ถูกจุด
4. หยุดการระบายที่ผิดวัตถุประสงค์โดยเฉพาะลดความอ้วน
5. ควรดูแลให้ลำไส้ได้ระบายตามปกติ ไม่ปล่อยให้ท้องผูกเรื้อรัง
หลายๆ คน อาจมีพฤติกรรมที่ส่งผลร้ายต่อสมอง มาดูกันดีกว่า ว่ามีพฤติกรรมใดบ้างที่ถือว่าเป็นการทำร้ายสมอง
1. ไม่ทานอาหารเช้า หลายคนคิดถูกว่าไม่ทานอาหารเช้า Ci
Cl
Cr
De
Do
Fi
Ha
Ir
Ka เพราะรีบเร่งทำงานอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำได้ แต่นี้จะเป็นสาเหตุให้สารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้สมองเสื่อมได้อีกนะ
2. กินอาหารมากเกินไป ก็ไม่ดีจะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว เป็นสาเหตุให้เกิดโรคความจำสั้น
3. การสูบบุหรี่ ไม่เคยสูบแต่ขอเตือนผู้สูบบุหรี่จัดมากๆ บุหรี่ทำให้เกิดโรคมะเร็งและเป็นสาเหตุให้เป็นโรคสมองฝ่อและเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์
4. ทานของหวานมากเกินไป จะไปขัดขวางการดูดกลืนโปรตีนและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เป็นสาเหตุของการขาดสารอาหารและขัดขวางการพัฒนาสมอง
5. มลภาวะ สมองเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุดในร่างกายการสูดเอาอากาศที่เป็นมลภาวะ เข้าไปจะทำให้ออกซิเจนในสมองมีน้อยส่งผลให้ประสิทธิภาพของสมองลดลง
6. การอดนอน เป็นเวลานานจะทำให้เซลล์สมองตายได้ ส่วนการนอนหลับจะทำให้สมองได้พักผ่อนก็คงรู้ๆกันแค่มาย้ำให้เพื่อนได้ตระหนักกัน
7. นอนคลุมโปง ใครที่กำลังทำแบบนี้คิดใหม่ก็ดีนะ Na
Ne
Ni
Ni
Pu
Ra
Ro
Ug
Ar
Er
Ba เพราะนอนคลุมโป่งจะเป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้นและลดออกซิเจนให้น้อยลงส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง
8. ใช้สมองในขณะที่ไม่สบาย การทำงานหรือเรียนขณะที่กำลังป่วย จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลงเหมือนกับการทำร้ายสมองไปในตัว
9. ขาดการใช้ความคิด การคิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกสมองการขาดการใช้ความคิดจะทำให้สมองฝ่อ
10. เป็นคนไม่ค่อยพูด ทักษะทางการพูดจะเป็นตัวแสดงถึงประสิทธิภาพของสมอง อันนี้ผมเลยเป็นคนช่างพูด (น้อย) เดี๊ยวจะไปลองหัดพูดกับต้นไม้ละกันนะ
No comments:
Post a Comment