Wednesday, July 15, 2015

เรื่องเบาๆ ที่ไม่เบาเมื่อเข้าห้องน้ำ

พอถึงวัยหนึ่งจะไม่ค่อยอยากไปเที่ยวนะครับ ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา เช่น เบื่ออยากอยู่บ้าน รำคาญรถติดและอีกเหตุผลยอดฮิตก็คือ “ห่วงเข้าห้องน้ำ”

เพราะบางท่านปวดแล้วรอไม่ได้ต้องรีบเข้าเลย หรือบางท่านปวดปัสสาวะบ่อยมากอั้นลำบาก ต้องหยุดรถบ่อย รวมความแล้วคือเรื่องระบบระบายมีปัญหา ส่วนใหญ่ที่ผู้ใหญ่เป็นคือเรื่อง “ปัสสาวะ” ครับ

ปัญหาเรื่องการถ่ายเบาเป็นปัญหาที่ทำให้หลายคนรู้สึก “ไม่เบา” เลยนะครับเพราะมันกลายเป็นสิ่งที่ขัดขวางการใช้ชีวิตอันแสนสุขไป ทำให้การนอนไม่เต็มตา ต้องลุกมาเข้าห้องน้ำ จะหลับจะนอนให้ต่อเนื่องก็สุดวิสัย เพราะตื่นมาแล้วก็ตาค้าง ต้องเลยตามเลยไปดังนั้น ครั้นเกิดปรากฏการณ์หนังไม่จบม้วนอย่างนี้ทุกคืนก็ทำให้สุขภาพแย่ครับ มึนหัว ความดันขึ้น หงุดหงิด ใจสั่น สารพัดสารพันปัญหาสุขภาพเข้ามา แค่เริ่มจากปัญหา “เบา” เพียงเท่านั้น

อาการเบาแยกตามเพศ

อาการปัสสาวะผิดปกตินี่ต้องดูแยกเพศกันครับเพราะบุรุษและสตรีจะมีอาการเบาที่เฉพาะแตกต่างกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าสตรีอาจมีปัสสาวะขัดร่วมกับตกขาว แต่บุรุษจะมีร่วมกับมูกหรือหนองจากปลายท่อปัสสาวะได้ วันนี้เลยขอแบ่งลักษณะความผิดปกติไว้ให้ท่านดูง่ายๆ นะครับ

สตรี

ปัสสาวะบ่อยและขัด นึกถึงทางเดินปัสสาวะติดเชื้อ ปัสสาวะขุ่น อาจเป็นกรวยไตอักเสบ, โรคแพ้ภูมิตัวเอง

ปัสสาวะปนเลือด พบได้ในกระเพาะปัสสาวะอักเสบเฉียบพลัน

ปัสสาวะและปวดท้องน้อย ปวดหลังมีไข้ นึกถึงกรวยไตอักเสบติดเชื้อ

บุรุษ

ปัสสาวะไม่พุ่ง ไม่สุด นึกถึงต่อมลูกหมากโต, มะเร็งต่อมลูกหมาก

ปัสสาวะแสบ มีหนอง น่าจะเป็นท่อปัสสาวะติดเชื้อ, หนองในเทียม

ปัสสาวะออกน้อยและบวม ระวังภาวะไตเสื่อมและโรคไต

ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน เบาหวานหรือต่อมลูกหมากโต

ทั้งหมดคือเรื่องปัสสาวะผิดปกติที่พบบ่อยครับ  Te Te Te Te Te Te Te Te Te Te Ti Ti Ti Ti   ที่จริงยังมีอาการที่พบมากในผู้สูงวัยอีกข้อก็คือเรื่องการ “กลั้นปัสสาวะไม่อยู่” บางท่านจะมีอาการ “กระเพาะปัสสาวะไว" (Overactive bladder) ซึ่งอาการที่ว่าสามารถแก้ได้ด้วยการกินยาและฝึกออกกำลังอุ้งเชิงกราน (Kegel exercise)

ความรู้สึกผิดปกติในร่างกายหลายอย่างสังเกตยากครับ แต่ธรรมชาติได้ให้ปัสสาวะไว้ให้เราใช้ดูความผิดปกติข้างในแล้ว ถ้าท่านหมั่นสังเกตโดยเหลียวมองกลับไปสักหน่อยหลังจากเข้าห้องน้ำ ท่านอาจวินิจฉัยบางโรคได้เองโดยไม่ต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญเลย เป็นเคล็ดลับบำบัดเรื่องเบาๆ ครับ

อาหารคู่อันตราย จริงหรือ...

โลกยุคใหม่ การสื่อสารระหว่างกันรวดเร็วฉับไว เพราะเป็นโลกที่เชื่อมโยงกันด้วยเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เมื่อเกิดการส่งสารใดสารหนึ่งจึงกระจายต่อไปด้วยความรวดเร็ว หากเป็นข้อความสำคัญและมีประโยชน์ก็ถือเป็นเรื่องดี แต่หากเป็นข้อความไม่จริง ก็จะถือได้ว่าเป็นดาบสองคม'

ล่าสุด พบว่า มีการส่งต่อๆ กันอย่างแพร่หลาย คือ "อาหารที่กินคู่กัน...อันตราย" ซึ่งเป็นเรื่องน่าตกใจ เช่น หัวไช้เท้ากับเห็ดหูหนู ทั้งดำและขาว ห้ามกินด้วยกัน จะเป็นโรคผิวหนัง เต้าหู้กับน้ำผึ้ง ห้ามกินด้วยกันจะทำให้หูหนวก มันฝรั่งกับกล้วยทุกชนิด ห้ามกินรวมกัน จะทำให้หน้าเป็นฝ้า หัวไช้เท้ากับผลไม้ทุกชนิด ห้ามกินรวมกัน จะทำให้เกิดคอพอก กล้วยกับเผือก ห้ามกินด้วยกัน จะทำให้ท้องอืด

มันเทศกับลูกพลับ ห้ามกินรวมกัน จะทำให้เกิดนิ่วในกระเพาะอาหาร กล้วย มะละกอ แตงโม ห้ามกินด้วยกัน จะทำให้เป็นโรคไตกับโรคเบาหวาน ทุเรียนกับน้ำอัดลม ให้พิษร้ายมากกว่าพิษงูเห่า ขิงดอง ห้ามเข้า ตู้เย็น กินแล้วจะเป็นโรคมะเร็ง เหล้าขาวกับเบียร์ ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้เส้นเลือดในสมองแตก เป็นต้น


นายสง่า ดามาพงษ์ อุปนายกสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้จัดการโครงการโภชนาการสมวัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อธิบายว่า ข้อมูลในโซเซี่ยลมีเดียก็จำเป็นต้องหาความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งอื่น เนื่องจากบางเรื่องนั้น ไม่มีข้อมูลทางเอกสารวิชาการมากพอที่จะยืนยันว่าจริงเท็จแค่ไหน บางอย่างเป็นเพียงความเชื่อ แต่ไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์

แต่เพื่อความปลอดภัยก็ไม่ควรรับประทานอาหารแปลกๆ หรือพิสดารมากๆ เพราะอาจเสี่ยงได้รับอันตรายสูง

แต่ตามหลักการทั่วไป การได้รับพิษจากอาหารนั้นมาจาก 4 สาหตุ คือ 1.เกิดจากพิษใจตัวอาหารเอง 2.เกิดจากการปนเปื้อนของสารเคมี เช่น การกินอาหารทะเลปนเปื้อน หรือผักปนเปื้อน 3.การปนเปื้อนของเชื้อโรค จุลินทรีย์ ทำให้อาหารบูดเน่า และ 4.อาหารที่มีพยาธิ ปรุงสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบ ก้อย ปลาดิบ เป็นต้น

สำหรับข้อมูลที่บอกว่ากินหัวไช้เท้ากับผลไม้ทุกชนิดจะทำให้เกิดคอพอก หรือเต้าหู้กับน้ำผึ้งหากกินด้วยกันจะทำให้หูหนวก ไม่มีข้อมูลวิชาการมายืนยัน แต่กรณีการกินถั่วลิสงกับฟักทองจะทำให้ลำไส้อักเสบนั้น ตามหลักโภชนาการไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เนื่องจากถั่วลิสงเป็นไขมัน ฟักทองมีวิตามินเอ ซึ่ง ไขมันจะทำละลายวิตามินเอได้ดี เป็นผลดีมากกว่าเสีย

มีเพียงบางเรื่องที่ตามหลักวิชาการมีความเป็นไปได้ คือ การดื่มเหล้าขาวกับเบียร์ร่วมกันจะทำให้เส้นเลือดสมองแตกได้ ตรงนี้มีความเป็นไปได้ เพราะเหล้าขาวมีดีกรีสูง หากดื่มร่วมกับเบียร์จะยิ่งทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้น เสี่ยงอันตรายได้

ส่วนการกินทุเรียนกับน้ำอัดลมร่วมกันมีพิษร้ายมากกว่างูเห่านั้น    Ti Ti Ti Ti Ti Ti Ti Ti To To To To To To To To  อาจดูรุนแรงเกินไป แต่อันตรายย่อมมี เพราะทุเรียนกับน้ำอัดลม มีทั้งแก๊สและน้ำตาล จะส่งผลให้เกิดอาการช็อกได้ ดังนั้นการรับประทานอะไรต้องระมัดระวังให้ดี

วิธีการรับประทานให้ถูกหลัก คือ เลือกกินอาหารที่หลากหลาย หลีกเลี่ยงอาหารหวาน มัน เค็ม เกินไป และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

No comments:

Post a Comment