คอกาแฟที่ชอบความสะดวก รวดเร็ว คงไม่มีใครไม่เคยพึ่ง กาแฟ ทรี อิน วัน (3 in 1 coffee) กันใช่ไหมคะ
โดยเฉพาะงานประชุม สัมมนาต่างๆ ที่มักจะพึ่งพาเจ้าเครื่องดื่มที่แสนจะง่าย และสะดวกในการจัดเตรียม หรือหนุ่มสาวชาวออฟฟิศ ที่ต้องเร่งรีบไปทำงานในตอนเช้า หลายต่อหลายคน คงต้องเคยได้ดื่ม เพราะด้วยเวลาที่จำกัด และเจ้ากาแฟทรีอินวันนั้น เพียงแค่ฉีกซอง เติมน้ำร้อน ตามคอนเซ็ป แล้วก็ดื่มได้ทันทีนี่เอง ที่ทำให้ยอดขาย กาแฟ ทรี อิน วัน ของบริษัทกาแฟต่างๆ นั้น ขายดิบขายดี ผลิตกันแทบไม่ทันตามความต้องการของตลาดกันเลยทีเดียว แต่จะมีใครซักคนไหมที่หันด้านหลังซองน้อยๆ ก่อนจะฉีกซอง เทใส่แก้ว แล้วอ่านส่วนผสม ส่วนประกอบว่า เจ้ากาแฟ ทรี อิน วัน นั้น ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง??
หากยังไม่เคยลองสังเกต จะบอกให้ก็ได้ค่ะว่า 1 ซองของเจ้ากาแฟทรี อิน วัน นั้น มีปริมาณน้ำตาลเกินครึ่ง (มากกว่า 50%) อีกเกือบๆ ครึ่งที่เหลือ ก็เป็นครีมเทียม (ประมาณเกือบ 40%) ซึ่งทำมาจากไขมันปาล์มเป็นส่วนประกอบหลัก ปาเข้าไปจะ 90% แล้วใช่ไหมคะ กับน้ำตาลและไขมัน ที่เหลือประมาณ 10% ก็เป็น กาแฟ และสารเคมีแต่งกลิ่น อย่างที่เราทราบกันดีค่ะว่า การบริโภคน้ำตาล และไขมันที่มากเกินความพอดี น้ำตาลและไขมันที่เกินความพอดีนี้จะกลับกลายเป็นอาวุธร้าย เป็นภัยเงียบที่ทำลายสุขภาพเราได้ในระยะยาว
จากคำแนะนำของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้เราบริโภคน้ำตาลในปริมาณไม่ควรเกิน 25 กรัม หรือ 6 ช้อนชาต่อวันเอง ซึ่งในกาแฟทรี อิน วัน 1 ซอง ก็มีปริมาณน้ำตาลถึงเกือบครึ่งของปริมาณที่แนะนำให้ทานต่อวันแล้วล่ะค่ะ
ทราบไหมว่า น้ำตาลที่มากเกินความพอดี เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะที่มาของโรคร้ายหลายโรคและอาการที่ไม่พึงประสงค์ต่อสุขภาพ Gi
De
AS
PU
Ko
Lo
re
Fr
B. เช่น ฟันผุ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะโรคเบาหวานนั้นเป็นอันตรายมาก ทำให้ผู้ป่วยลำบากหากไม่มีการควบคุมอาหารการกินอย่างจริงจัง จะทำให้เกิดอาการหัวใจวาย ไตล้มเหลว ตาบอด เนื้อเยื่อเน่า เท้าบวม หมดสติและอาจตายได้
นอกจากนี้สำหรับบางคน การกินน้ำตาลมากๆ ยังก่อให้เกิดปัญหาทางผิวหนังได้อีกด้วย เช่น เป็นสิวหรือฝีขึ้นมา เพราะเชื้อ อี.คอไล (E. coli) ซึ่งเป็นแบคทีเรียจำพวกหนึ่ง จะทำปฏิกิริยากับน้ำตาลที่ผ่านเข้ามาในลำไส้ ทำให้เกิดสารพิษต่างๆ ขึ้น เมื่อสารพิษเหล่านี้ผ่านเข้าสู่กระแสเลือด ก็จะทำให้เกิดอาการทางผิวหนังขึ้นมาได้ เห็นไหมว่าการบริโภคน้ำตาลที่มากเกินความจำเป็น มีแต่ผลร้ายที่แสนจะน่ากลัวต่อร่างกาย และผิวพรรณ
ส่วนเจ้าไขมันที่ร่างกายได้รับในปริมาณมากเกินความจำเป็นนั้น ทั้งไขมันพืช และน้ำตาล ซึ่งไขมันในครีมเทียมนั้น จัดเป็นไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นไขมันตัวร้ายที่อาจก่อให้เกิดสภาวะที่ผิดปกติกับร่างกาย คือ ทำให้ร่างกายมีน้ำหนักและไขมันส่วนเกินเพิ่มมากขึ้น, มีภาวะการทำงานของตับที่ผิดปกติ, มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (Coronary Heart Disease) โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ผู้เขียนคงไม่มีสิทธิไปห้ามปราบให้เลิกทานกาแฟทรี อิน วัน เพียงแค่อยากให้คุณผู้อ่านตระหนักว่า ในกาแฟทรี อิน วัน 1 ซองที่กำลังจะบริโภคนั้น มีแต่น้ำตาล และไขมัน ซึ่งหากดื่มบ่อย ๆ ก็มีโอกาสที่จะทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลและไขมันที่มากเกินความพอดี จนเป็นที่มาของโรคร้ายต่างๆ ได้ อย่าลืมว่า ไม่ใช่แต่กาแฟทรี อิน วัน เท่านั้น
ในปัจจุบันยังมีเครื่องดื่มมากมายหลายชนิดที่อุดมไปด้วยน้ำตาลที่มากเกินความพอดี เช่น น้ำอัดลม เครื่องดื่มชาสำเร็จรูป เครื่องดื่มสำเร็จรูปต่างๆ มากมายในท้องตลาด ที่ผู้เขียนอยากจะฝากให้คุณผู้อ่าน สนใจอ่านฉลากก่อนเลือกซื้อ เลือกบริโภคกัน ย้ำเสมอว่า You are what you eat
ฉะนั้นอยากให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงดีต้องเริ่มที่การเลือกรับประทานกันนะคะ
ประกาศพื้นที่ห้ามสูบบุหรี่ล่าสุด
แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ห้ามสูบทั้งในและนอก หรือเฉพาะในอาคาร
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 19 พ.ศ. 2553 ตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)คุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2553 มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย. โดยประกาศฉบับนี้เป็นการกำหนดสถานที่ห้ามสูบบุหรี่ 100% หรือห้ามสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด ซึ่งแบ่งพื้นที่เป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ
กลุ่มที่ 1 ห้ามสูบบุหรี่ทั้งในและนอกสถานที่ ได้แก่ สถานศึกษา โรงพยาบาลและสถานพยาบาลต่างๆ ศาสนสถาน สนามกีฬา ธนาคารและสถาบันการเงิน สถานที่สาธารณะทั่วไป ทั้งร้านค้า สถานบันเทิง สถานที่ออกกำลังกาย ห้างสรรพสินค้า และบริเวณโถงพักคอยและบริเวณทางเดินทั้งหมดภายในอาคารโรงแรม ห้องเช่า หอพัก คอนโดมิเนียม เป็นต้น
กลุ่มที่ 2 ห้ามสูบบุหรี่เฉพาะในอาคาร แต่สามารถจัดพื้นที่สูบไว้นอกอาคารได้ ได้แก่ สถานที่ราชการและรัฐวิสาหกิจ On
Ba
Ca
Di
Th
Co
Ju
Gi
Bl
Ro
Re ปั๊มน้ำมันและปั๊มแก๊ส มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาตั้งแต่ระดับอุดมศึกษา รวมทั้งสถานที่ทำงานเอกชน สถานีขนส่งผู้โดยสารทางบกทุกประเภท และสถานีรถไฟ
และกลุ่มที่ 3 สถานที่ที่อนุญาตให้สูบในอาคารได้ แต่ต้องจัดพื้นที่ไว้เป็นการเฉพาะ ปัจจุบันมีเพียงสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิเท่านั้น
นอกจากนั้นยังกำหนดให้เจ้าของสถานที่ต้องให้ความร่วมมือกับกฎกระทรวง โดยติดเครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่ตามที่กฎหมายกำหนด ต้องดูแลไม่ให้มีการสูบบุหรี่ในพื้นที่ที่เป็นเขตปลอดบุหรี่ ส่วนการจัดเขตสูบบุหรี่นอกอาคารนั้น จะต้องไม่อยู่บริเวณทางเข้าออก แต่ต้องอยู่ในที่ที่ลับตา และไม่รบกวนผู้อื่น
สำหรับผู้ฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท เจ้าของสถานที่ไม่ติดเครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่หรือเขตสูบบุหรี่ มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
ถือเป็นอีกก้าวในการลดพื้นที่ของผู้สูบบุหรี่ให้แคบลงไปอีก
No comments:
Post a Comment